เรียนIELTSรับรองผล6.5ขึ้นไป

 

การลงทุนไปเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสอบIELTSในต่างประเทศ article

 

.....หลายคนคงเคยคิดว่าการลงทุนไปเรียนภาษาอังกฤษในต่างประเทศ จะช่วยให้เราพูดและใช้ภาษาอังกฤษได้ดี และเร็วขึ้นกว่าการเรียนภาษาอังกฤษในบ้านเรามาก แต่ความจริงแล้วอาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้น ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยคิดแบบนั้นและมีประสบการณ์ตรงจากการที่ได้ไปเรียนภาษาในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในออสเตรเลีย นั้นก็คือ University of Sydney ลองฟังประสบการณ์จริงนี้ดูครับ.....

- สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติในการเรียนภาษาอังกฤษในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่คือ นักเรียนส่วนใหญ่ที่ไปเรียนจะเป็นคนเอเชียที่มีพื้นฐานการพูดและใช้ภาษาอังกฤษไม่ค่อยดีเหมือนกับเราและมากกว่า 50%ในห้องเรียนจะเป็นคนจีน ซึ่งเราจะไม่คุ้นสำเนียงการพูดภาษาอังกฤษของเขาเลย และในขณะเดียวกันนักเรียนคนจีนเหล่านั้นก็จะมีปัญหาในการสื่อสารกับเรา เพราะเขาก็ไม่คุ้นกับสำเนียงและการใช้ภาษาอังกฤษของเราเช่นกัน นักเรียนส่วนที่เหลือมักจะเป็นคนญี่ปุ่น เกาหลี อินโดนิเซียและเวียดนาม  ทักษะการออกเสียงพูดและการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียนจากเอเชียเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็ผิดเพี้ยนและอยู่ในระดับที่ไม่ได้ดีกว่าเราหรืออาจจะแย่กว่าเราด้วยซ้ำไปก็มี  สรุปคือการสนทนากับเพื่อนนักเรียนร่วมชั้นเรียนหรือต่างห้องเรียน ก็ไม่ได้ช่วยทำให้เราพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษของเราให้ดีขึ้นหรือเร็วขึ้นกว่าการเรียนในเมืองไทยอย่างที่เราเคยคาดหวังไว้ หลายครั้งกลับทำให้สับสนกันเองว่าคนไหนใช้ภาษาผิดคนไหนใช้ถูกกันแน่

          นอกจากนี้การที่เราพูดภาษาอังกฤษไม่คล่องในต่างประเทศโดยเฉพาะในออสเตรเลียและยุโรป จะเป็นเรื่องที่ยากมากและแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่เราจะมีเพื่อนเป็นคนพื้นเมือง เพราะประเทศที่พัฒนาแล้วเหล่านี้จะมีรูปแบบการใช้ชีวิตที่พึ่งพาตัวเองอย่างมากและมีการแข่งขันสูง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดามากที่คนที่พูดภาษาอังกฤษไม่คล่องจะไม่ค่อยได้รับการยอมรับหรือความเห็นใจมากนัก

- ส่วนในเรื่องของการเรียนการสอนนั้น ส่วนใหญ่ในเดือนแรกของการเรียนภาษาในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงต่างๆ เด็กนักเรียนทุกคนจะได้รับการเอาใจใส่เป็นพิเศษ จะมีการพยายามหาจุดบกพร่องของเราและคอยชี้ให้เราเห็นข้อด้อยหรือจุดที่เรายังขาดอยู่ แต่พอเข้าเดือนที่สองอาจารย์จะมีการสลับสับเปลี่ยนและจะเป็นอย่างนี้ทุกๆเดือน คุณภาพของอาจารย์ก็ไม่ได้มีคุณภาพเท่ากันหมดทุกคน (จริงๆแล้วอาจารย์ที่เก่งและมีประสบการณ์จริงๆอาจจะมีอยู่เพียงแค่ 5-10% เท่านั้น) ถ้าโชคไม่ดีหน่อย เกิดไปเจออาจารย์ไม่เก่ง ก็จะรู้ได้เลยทันทีว่า การเรียนนั้นไม่มีคุณภาพที่ดีกว่าการเรียนภาษาอังกฤษในบ้านเราเลย (บางทีอาจจะรู้สึกแย่กว่าด้วยซ้ำไป)             


สิ่งที่น่าแปลกใจอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ทุกๆปี เป็นเรื่องปกติที่จะเห็นนักเรียนจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของห้องเรียนจะสอบได้คะแนนไม่ผ่านถึงระดับที่มหาวิทยาลัยต้องการ และส่วนใหญ่ก็จะได้รับข้อเสนอให้เรียนภาษาอังกฤษต่อ ซึ่งก็มีนักเรียนมากถึง 50% ที่เรียนภาษามาแล้วมากกว่า 1 ปี ก็ยังไม่ได้เข้าเรียนต่อในคณะที่ตัวเองต้องการได้ หลังจากที่เสียค่าเรียนไปแล้วกว่า 25,000$Aus (ประมาณ 700,000บาท) ต่อปี ไม่รวมค่าครองชีพอื่นๆ
 

ค่าใช้จ่ายในการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสอบ IELTS ในต่างประเทศ (ไม่มีการรับรองผล)  
สถิติตัวเลขปี 2011  
                                            
  อังกฤษ ออสเตรเลีย
ในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง(Top 10) สัปดาห์ละ 330 £ 410Aus$
ศูนย์ภาษาทั่วไป  สัปดาห์ละ  200 £ 300Aus$
มาตราฐาน(อังกฤษและออสเตรเลีย)ระยะเวลาการเรียนต่อการเพิ่มคะแนน IELTS 0.5 คะแนน จะอยู่ที่ 20 สัปดาห์    6,600£ 8,200Aus$
ค่าที่พัก+ค่าอาหาร+ค่าเดินทาง+ค่าประกัน+อื่นๆ ต่อระยะเวลา 20 สัปดาห์  5,000£ 8,000Aus$
รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด   11,600£  16,200Aus$
คิดเป็นเงินบาทจะอยู่ที่ประมาณ  (ปอนด์ละ 50 บาท, เหรียญออสเตรเลียละ 30 บาท) 580,000 486,000
ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าทำวีซ่า     55,000  40,000
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อการเพิ่มคะแนน IELTS 0.5 คะแนน จะอยู่ที่ประมาณ (บาท) 630,000 526,000
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อการเพิ่มคะแนน IELTS 1.0 คะแนน จะอยู่ที่ประมาณ (บาท) 1,260,000 1,052,000


คุณเคยสงสัยมั้ยครับว่าทำไมคนส่วนใหญ่ที่...
 

- ไปเรียนหรือทำงานในต่างประเทศมาแล้วเป็นปี กลับมาถึงยังพูดภาษาอังกฤษได้ไม่ค่อยดี
- จบปริญญาโทต่างประเทศก็ยังพูดภาษาอังกฤษได้ไม่ชัดเจนหรือไม่คล่องเท่าไหร่
- เรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เด็กๆ เป็นเวลา10-20ปีแล้ว ก็ยังไม่สามารถพูดและฟังภาษาอังกฤษได้อย่างมีอย่างมีประสิทธิภาพจริงๆซักที
- เสียเงินไปเรียนภาษาอังกฤษในศูนย์สอนภาษาที่มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศมาแล้วมากมาย แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่เห็นพัฒนาการที่ชัดเจน หรือดีพอที่เรียกว่าใช้ติดต่อสื่อสารกับชาวต่างชาติได้จริงๆ
  

จากประสบการณ์จริงในการเสียเวลาและค่าใช้จ่ายไปมากมายในการเรียนภาษาอังกฤษทั้งในและต่างประเทศ ได้สอนให้ผมรู้ว่า ระบบการศึกษาภาษาอังกฤษในบ้านเราหรือแม้กระทั่งในต่างประเทศนั้นขาดอะไรบางอย่างที่จะช่วยทำให้เราพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง มันเป็นเรื่องของการตลาดชวนเชื่อและการทำธุรกิจมากกว่า 90% อยากให้ทุกท่านศึกษาหรือแม้กระทั่งวิเคราะห์ในเรื่องเหล่านี้ให้ดีก่อนว่า ทำไมเวลาเราไปเรียนกับสถาบันที่มีชื่อเสียงต่างๆที่เขาโฆษณาชวนเชื่อว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่พอเวลาไปเรียนจริงๆ เสียเวลาและค่าใช้จ่ายไปแล้ว กลับไม่ได้ดีอย่างที่คิด พอเรียนจบก็ไม่ได้เห็นพัฒนาการหรือการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม หลายที่เก็บค่าใช้จ่ายเป็นหลักแสน ใช้เวลาเรียนกว่า 6 เดือนถึง 1 ปี แต่พอเรียนจบแล้ว เห็นพัฒนาการน้อยมาก  เช่น เรียนไป 1 ปี อาจจะได้คำศัพท์ใหม่เพิ่มขึ้นมาในหัวเพียงไม่กี่คำ เป็นต้น  (ตรงนี้ต้องอยู่ในสมมุติฐานที่ว่าท่านตั้งใจเรียนตามระบบทุกอย่างแล้วนะครับ) 


ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลัง


.....คิดที่จะไปเรียนภาษาอังกฤษในต่างประเทศเพราะอยากพูดและใช้ภาษาอังกฤษได้คล่อง


.....คิดที่จะไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมเพื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงต่างๆที่คุณต้องการในต่างประเทศ

.....คิดว่าการเรียนภาษาอังกฤษในต่างประเทศจะช่วยทำให้คุณพูดและใช้ภาษาอังกฤษได้รวดเร็วขึ้นกว่าการเรียนในบ้านเรา


"ผมอยากให้ทุกคนศึกษาให้ถ่องแท้จริงๆก่อนที่จะตัดสินใจไปเรียนภาษาอังกฤษในสถาบันหรือมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ ให้มั่นใจว่าท่านจะได้รับในสิ่งที่ท่านต้องการจริงๆ !!  มิฉะนั้นแล้วท่านอาจจะต้องตกอยู่ในสถาการณ์ที่ เสียทั้งเงิน เวลา และความรู้สึก โดยที่ไม่ได้อะไรกลับมาเป็นรูปธรรมเลย"

 

จากประสบการณ์ของผม 2 ข้อที่สำคัญที่สุดที่เราต้องหาคำตอบได้ก่อน ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษ ก็คือ

ข้อแรก คุณต้องรู้ก่อนว่าคุณขาดอะไร  

ถ้าเรารู้แล้วว่าเราขาดอะไร เราก็จะสามารถเริ่มค้นหาได้ว่าที่ไหนที่ให้สิ่งนั้นกับเราได้  

        แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าที่ไหนจะช่วยเราได้จริงๆ???? โดยที่ไม่ต้องไปลองผิดลองถูก เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา...และอาจจะต้องเสียความรู้สึกอีกด้วย 

        คำตอบก็คือ แนะนำให้เลือกสถาบันหรืออาจารย์ที่เขากล้าให้ทดลองเรียนก่อนได้ ซึ่งถ้าเขาไม่มีให้ทดลองเรียนฟรี วิธีที่ดีที่สุดก็คือ ให้เราพยายามต่อลองขอทดลองเรียนแบบจ่ายเงินตามชั่วโมงเรียนเฉพาะของคลาสแรกก่อนให้ได้  เพราะในเรื่องของการเรียนภาษาอังกฤษนั้น โดยปกติแล้ว ถ้าคุณได้มีโอกาสทดลองเรียนเพียงแค่ครั้งเดียว คุณก็จะสามารถพอที่จะรู้ได้แล้วครับว่า อาจารย์กับบทเรียนที่เขาบอกสัพพคุณไว้มากมายนั้น ดีจริงอย่างที่เขาบอกไว้หรือไม่    

แต่โชคร้ายก็คือว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในโลกของธุรกิจการสอนภาษาอังกฤษก็คือ 99% ของสถาบันสอนภาษาอังกฤษในโลกนี้ ไม่กล้าที่จะให้ทดลองเรียนก่อนได้ และสิ่งแรกที่เขาจะทำหลังจากที่ปิดการขายได้ก็คือ ปั๊มตราประทับลงในใบเสร็จว่า Non-Refunable คือขอรีฟันด์เงินคืนไม่ได้ทุกกรณี ซึ่งธรรมเนียมปฎิบัติในธุรกิจนี้ ส่วนตัวผมถือว่าไม่ค่อยยุติธรรม น่าจะต้องถึงยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงหลักปฎิบัตินี้ได้แล้ว ที่จริงแล้วผู้เรียนควรมีสิทธิดังนี้ คือ
1. ขอทดลองเรียนก่อนได้  
2.สามารถขอรีฟันด์เงินในส่วนชั่วโมงเรียนที่เหลือได้ ถ้าเรียนไปแล้วรู้สึกไม่พอใจในคุณภาพของคอร์สเรียนหรือความสามารถของผู้สอน 

เหตุผลก็เพราะหลายสถาบันที่มีชื่อเสียง ได้ใช้ชื่อเสียงที่มีมายาวนานจากงบโฆษณาของเจ้าของธุรกิจให้การสร้างความน่าเชื่อถือของคุณภาพของอาจารย์และคอร์สเรียนว่าการันตีผลได้อย่างนั้นอย่างนี้ แต่พอได้ลงทะเบียนเรียนไปแล้วแค่ครั้งเดียวก็รู้เลยว่าไม่ใช่อย่างที่เราบอก แล้วนักเรียนจะทำอะไรได้นอกจากจะต้องทนเรียนให้จบหรือเสียเงินฟรีไม่ได้มาเรียนต่อเพราะรู้ว่ามาเรียนไปก็น่าเบื่อ ไม่เห็นอนาคตว่าจะได้คะแนนเพิ่มได้อย่างไร

ไม่ว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ในธุรกิจการเรียนภาษาอังกฤษ แต่ผมมั่นใจว่าหลักการ 2 ข้อนี้จะช่วยทำให้เกิดการแข่งขันและเพิ่มคุณภาพของธุรกิจการเรียนภาษาอังกฤษได้อย่างแน่นอน เพราะคุณต้องมีคุณภาพจริงๆถึงจะอยู่ได้ (ไม่ใช่เอาแต่โฆษณาชวนเชื่อแล้ว พอหลงเชื่อเสียเงินไปเรียนแล้ว กลับไม่ได้มีคุณภาพจริงอย่างที่บอกไว้ แล้วผู้บริโภคกลับไม่สิทธิเรียกร้องอะไรได้เลย เหมือนมีช่องว่างให้ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบได้ง่าย) 

ข้อที่สอง  เมื่อคุณได้พบกับที่ๆสามารถช่วยพัฒนาคุณได้จริงๆแล้ว สิ่งที่คุณจะต้องทำต่อมาก็คือ คุณจะต้องฝึกฝนในแนวทางนั้นอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นทักษะในตัวคุณ ไม่มีความสำเร็จใจที่ได้มาเพียงแค่ชั่วระยะเวลาเพียงข้ามคืน แต่เมื่อคุณได้เจอกับอาจารย์ที่เข้าใจปัญหาของคุณและแก้ปัญหาให้คุณได้ตรงจุดแล้ว
การฝึกฝนในแนวทางที่ถูกต้องตรงจุดจะช่วยทำให้คุณเห็นพัฒนาการของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว เมื่อคุณฝึกฝนแล้วเห็นพัฒนาการของตัวเองได้อย่างชัดเจน คุณจะมีกำลังใจที่จะฝึกฝนมากขึ้นเรื่อยๆและเห็นพัฒนาการของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง


ลองหา 2 ข้อนี้ให้เจอครับ แล้วคุณจะพบว่า การเรียนรู้ภาษาอังกฤษนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายและสนุกสนาน มันจะไม่ใช่เรื่องที่ทำให้คุณรู้สึกเบื่อหรือท้อใจอีกต่อไป

 

หมายเหตุ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวจากประสบการณ์ตรงของผมเองนะครับ ไม่ได้มีเจตนาที่จะลบหลู่หรือพาดพิงถึงสถาบันการศึกษาภาษาอังกฤษต่างๆ หรือโทษว่าการไปเรียนภาษาอังกฤษในต่างประเทศนั้นจะไม่ได้ผลหรือไม่คุ้มค่าสำหรับทุกคนแต่อย่างใด ทุกท่านมีสิทธิที่จะคิดต่างหรือไม่เห็นด้วยกับผมอย่างแน่นอนครับ  

 

.....ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษไปถึงระดับที่ท่านต้องการครับ.....

 

วรวิศุทธ์  วัชระเบญจพัฒน์  (อาจารย์เอ)
REALISTIC ENGLISH

 

 


COURSES
BACKGROUND